รวมเคล็ด(ไม่)ลับสั่งทำป้ายไฟหน้าร้านให้สวยสะดุดตาในงบที่คุ้ม เลือกแบบ เลือกวัสดุ พร้อมเทคนิคเช็กมาตรฐานงานผลิตและข้อควรรู้ก่อนติดตั้งจริง
ข้อมูลดีๆสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการสั่งทำป้ายไฟ ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกประเภทป้ายที่ใช่ (เช่น ป้ายกล่องไฟอะคริลิก) เทคนิคการออกแบบให้โดดเด่น การทําป้ายไฟให้ถูกกฎหมาย ไปจนถึงการประเมินป้ายไฟ ราคาที่คุ้มค่า พร้อมแนะนำทริคสำหรับป้ายไฟหน้าร้านอาหารโดยเฉพาะ
ป้ายไฟหน้าร้าน คือจุดแรกที่ลูกค้ามองเห็นก่อนเข้าใช้บริการ และหลายครั้งมันคือสาเหตุที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจ “เดินเข้าหรือเดินผ่านไป” แบบไม่รู้ตัว ป้ายไฟที่ดีจึงไม่ใช่แค่ของตกแต่ง ช่วยเพิ่มการมองเห็น เสริมภาพลักษณ์แบรนด์ และทำให้ร้านโดดเด่นขึ้นแม้อยู่ในทำเลที่มีคู่แข่งหนาแน่น เจ้าของกิจการจำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ป้ายไฟประเภทต่างๆ เช่น ป้ายกล่องไฟอะคริลิก หรือป้ายไฟหน้าร้านอาหาร เพื่อให้ได้งานที่สวย ทนทาน และคุ้มค่ากับงบที่ตั้งไว้
บทความนี้จึงรวบรวมทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนสั่งทำป้ายไฟ ตั้งแต่การเลือกประเภทป้ายให้เหมาะกับสไตล์ร้าน เทคนิคออกแบบให้สะดุดตา วิธีประเมินงบประมาณแบบไม่บานปลาย ไปจนถึงข้อกฎหมายสำคัญอย่างการขออนุญาตและภาษีป้าย พร้อมคำแนะนำสำหรับการเลือกร้านทำป้ายเพื่อให้คุณได้งานที่ตรงปกและใช้งานได้ยาวนาน ถือเป็นข้อมูลดีๆครบถ้วนที่จะช่วยให้คุณเลือกป้ายไฟหน้าร้านได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าที่สุด
ทำไม ‘ป้ายไฟหน้าร้าน’ ถึงเป็นสิ่งสำคัญขาดไม่ได้สำหรับธุรกิจ?
ในโลกธุรกิจที่หน้าร้านคือสมรภูมิ ป้ายไฟ คืออาวุธชิ้นสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่ง มันไม่ใช่แค่แผ่นป้ายบอกชื่อ แต่คือเครื่องมือการตลาดที่ทำงานหนักที่สุด หลายคนอาจมองข้าม แต่ความจริงแล้วป้ายไฟหน้าร้าน ที่ดีมีพลังมากกว่าที่คุณคิด
1.สร้างการมองเห็น 24 ชั่วโมง
นี่คือข้อได้เปรียบที่ชัดเจนที่สุด ป้ายทั่วไปจะหมดหน้าที่ทันทีที่พระอาทิตย์ตกดิน แต่ ป้ายไฟเพิ่งจะเริ่มทำงานของมัน ทำให้ร้านของคุณโดดเด่นและมองเห็นได้ชัดเจนในยามค่ำคืน นี่คือหัวใจสำคัญสำหรับธุรกิจที่เปิดบริการในช่วงเย็น เช่น ป้ายไฟหน้าร้านอาหาร ผับ บาร์ หรือแม้แต่ร้านสะดวกซื้อ ทำให้ลูกค้าหาคุณเจอได้ง่าย และดึงดูดสายตาของผู้คนที่สัญจรไปมา
2.ตอกย้ำแบรนด์และสร้างการจดจำ (Branding)
ป้ายไฟ คือตัวตนและภาพลักษณ์ของแบรนด์คุณ การออกแบบที่สวยงาม การเลือกใช้สีและฟอนต์ที่สอดคล้องกับแบรนด์ จะช่วยสร้างการจดจำในระยะยาว ลองนึกถึงโลโก้แบรนด์ดังๆที่เราเห็นปุ๊บก็จำได้ทันที ป้ายไฟของคุณก็ทำหน้าที่นั้นเช่นกัน การเลือกใช้วัสดุพรีเมียมอย่าง ป้ายกล่องไฟอะคริลิกยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูน่าเชื่อถือและมีคุณภาพอีกด้วย
3.ดึงดูดลูกค้าและนำทาง (Attraction & Wayfinding)
มนุษย์มักถูกดึงดูดด้วยแสงสว่าง ป้ายไฟหน้าร้าน ที่สว่างและออกแบบอย่างสร้างสรรค์ทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดสายตาลูกค้าที่กำลังมองหาบริการหรือสินค้า แม้ในทำเลที่มีร้านค้าหนาแน่น ป้ายของคุณก็สามารถโดดเด่นออกมาได้ นอกจากนี้ มันยังทำหน้าที่เป็นจุดสังเกต (Landmark) ช่วยนำทางให้ลูกค้ามาถึงร้านคุณได้อย่างถูกต้อง
4.สร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง
ในถนนเส้นเดียวกันที่มีร้านประเภทเดียวกัน 10 ร้าน ร้านที่มีป้ายไฟโดดเด่นและชัดเจนที่สุด ย่อมมีโอกาสที่ลูกค้าจะเลือกเดินเข้าไปก่อน การลงทุนใน การทําป้ายไฟหน้าร้าน ที่มีคุณภาพ จึงไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่คือการลงทุนเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
ประเภท! ป้ายไฟหน้าร้านแบบไหนดี แตกต่างกันอย่างไร?
คำถามยอดฮิตคือจะเลือกป้ายไฟหน้าร้านแบบไหนดี แตกต่างกันอย่างไร? คำตอบคือ ไม่มีแบบไหนดีที่สุด แต่มีแบบที่เหมาะสมที่สุดกับธุรกิจ, งบประมาณ และภาพลักษณ์ของคุณ เรามาเจาะลึกประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุดกัน
1.ป้ายกล่องไฟอะคริลิก (Acrylic Lightbox Sign)

นี่คือตัวเลือกยอดนิยมสูงสุดสำหรับร้านค้าแบบใหม่ โดยเฉพาะร้านกาแฟคลินิก หรือป้ายไฟหน้าร้านอาหาร สไตล์โมเดิร์น
- มันคืออะไร: ป้ายกล่องไฟอะคริลิก คือป้ายที่มีโครงสร้างเป็นกล่อง (มักทำจากซิงค์, สแตนเลส หรืออลูมิเนียม) ส่วนหน้าป้ายทำจากแผ่น “อะคริลิก” ซึ่งเป็นพลาสติกคุณภาพสูงที่มีคุณสมบัติโปร่งแสง ด้านในติดตั้งระบบไฟ LED ส่องสว่างออกมา
- จุดเด่น:
- ดูพรีเมียม: ให้แสงที่นวล สว่างเสมอกันทั่วทั้งแผ่น ดูสะอาดตาและทันสมัย
- คมชัด: สามารถพิมพ์ลายหรือติดสติกเกอร์โปร่งแสงได้คมชัด สีสันสดใส
- ทนทาน: ป้ายกล่องไฟอะคริลิก ทนแดดทนฝนได้ดีมาก อายุการใช้งานยาวนาน
- ข้อควรพิจารณา: ป้ายไฟหน้าร้าน ราคา สำหรับป้ายกล่องไฟอะคริลิกจะสูงกว่าแบบไวนิล แต่แลกมากับความสวยงามและความทนทานที่คุ้มค่า
- เหมาะกับใคร: ธุรกิจที่ต้องการภาพลักษณ์ที่ดูดี, ทันสมัย, มินิมอล และน่าเชื่อถือ

2.ป้ายกล่องไฟไวนิล (Vinyl Lightbox Sign)
ป้ายกล่องไฟไวนิล หรือป้ายตู้ไฟแบบดั้งเดิมที่หลายคนคุ้นเคย ยังคงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะสำหรับป้ายขนาดใหญ่
- มันคืออะไร: ใช้โครงสร้างกล่องคล้ายกัน แต่หน้าป้ายจะใช้ผ้าไวนิลโปร่งแสงขึงให้ตึงแทนแผ่นอะคริลิก
- จุดเด่น:
- ราคาประหยัด: ป้ายไฟหน้าร้าน ราคา ถูกกว่าแบบอะคริลิกอย่างชัดเจน
- ทำขนาดใหญ่ได้: เหมาะสำหรับการทำป้ายไฟหน้าร้านขนาดใหญ่มากๆเพราะไวนิลมีน้ำหนักเบาและไม่มีปัญหารอยต่อเหมือนอะคริลิก
- ข้อควรพิจารณา: ความคมชัดและสีสันอาจไม่สดเท่า ป้ายกล่องไฟอะคริลิกและเมื่อใช้งานไปนานๆ สีอาจซีดจางหรือผ้าไวนิลอาจหย่อนได้
- เหมาะกับใคร: ร้านค้าทั่วไป, ร้านอาหารตามสั่ง, ธุรกิจที่ต้องการป้ายขนาดใหญ่ในงบประมาณที่จำกัด
3.ป้ายไฟตัวอักษรโลหะ (Metal Letter Sign)

ตัวเลือกที่ยกระดับความหรูหราไปอีกขั้น สร้างมิติและความโดดเด่นเหนือใคร
- มันคืออะไร: คือ การทําป้ายไฟโดยใช้โลหะ (เช่น สแตนเลส, ซิงค์ทำสี, อะลูมิเนียม) มาขึ้นรูปเป็นตัวอักษรหรือโลโก้แยกชิ้น แล้วซ่อนไฟ LED ไว้
- รูปแบบแสง:
- ไฟออกหน้า (Front-lit): หน้าตัวอักษรเป็นป้ายกล่องไฟอะคริลิกแสงจะสว่างออกมาด้านหน้า
- ไฟออกหลัง (Back-lit / Halo Effect): ตัวอักษรทึบแสง แต่ติดตั้งไฟ LED ไว้ด้านหลัง เมื่อติดตั้งแบบยกลอยจากผนัง แสงจะส่องกระทบผนังด้านหลัง เกิดเป็นรัศมี (Halo) สวยงาม นี่คือรูปแบบ ป้ายไฟตกแต่งร้าน ที่นิยมมาก
- จุดเด่น:
- หรูหราสูงสุด: ให้ความรู้สึกมั่นคง มีระดับ และดูแพง
- ทนทานมาก: วัสดุโลหะมีความทนทานสูงสุด
- ข้อควรพิจารณา: ป้ายไฟหน้าร้าน ราคา สูงที่สุด และ การทําป้ายไฟหน้าร้าน ประเภทนี้ใช้เวลาผลิตนานกว่า
- เหมาะกับใคร: โรงแรม, บริษัท, แบรนด์หรู, ป้ายไฟหน้าร้านอาหาร ระดับ Fine Dining

4.ป้ายไฟ LED (LED Module / Neon Flex)
ป้ายไฟที่เน้นความยืดหยุ่นในการออกแบบและการประหยัดพลังงาน
- LED Module: คือการใช้เม็ด LED มาเรียงต่อกันเป็นตัวอักษรหรือลวดลายโดยตรง มักใช้ทำป้ายไฟวิ่งหรือป้ายที่ต้องการความสว่างจ้าเป็นพิเศษ
- LED Neon Flex: คือการใช้ท่อซิลิโคนโปร่งแสงที่ภายในมีแถบไฟ LED เลียนแบบแสงของ “ป้ายไฟนีออน” ดั้งเดิม แต่ประหยัดไฟกว่า, ไม่ร้อน, ไม่แตกหักง่าย และดัดโค้งได้อิสระ
- จุดเด่น:
- ดีไซน์อิสระ: โดยเฉพาะ Neon Flex ที่ดัดเป็นรูปทรงหรือฟอนต์ลายมือได้ง่าย
- ประหยัดไฟ: กินไฟน้อยมากเมื่อเทียบกับป้ายประเภทอื่น
- ข้อควรพิจารณา: ต้องอาศัยช่างที่มีฝีมือในการดัดและติดตั้ง
- เหมาะกับใคร: ป้ายไฟตกแต่งร้าน ภายใน, คาเฟ่, บาร์, ร้านที่ต้องการสร้างจุดถ่ายรูป (Photo Spot)

5.ป้ายไฟ 3 มิติ (3D Fabricated Signs)
คล้ายกับป้ายตัวอักษรโลหะ แต่สามารถทำจากวัสดุที่หลากหลายกว่า เช่น การใช้ป้ายกล่องไฟอะคริลิก ทั้งชิ้นมาทำเป็นตัวอักษร 3 มิติ (สว่างทั้งตัว) หรือผสมผสานวัสดุ
- จุดเด่น: สร้างมิติที่โดดเด่น ดึงดูดสายตาได้ดีมาก ปรับแต่งได้หลากหลาย
- ข้อควรพิจารณา: การทําป้ายไฟแบบนี้มีขั้นตอนซับซ้อน ทำให้ ป้ายไฟหน้าร้าน ราคา ค่อนข้างสูง
ข้อควรรู้เรื่อง “กฎหมายป้ายไฟหน้าร้าน” ที่ไม่ควรมองข้าม
การติดตั้ง ป้ายไฟหน้าร้าน ไม่ได้จบแค่การออกแบบให้สวยหรือคุมงบเท่านั้น แต่ยังต้อง ปฏิบัติตามกฎหมายป้ายของเทศบาลหรือเขตพื้นที่ เพื่อป้องกันการโดนปรับหรือสั่งรื้อถอนภายหลังด้วย
1.ต้องขออนุญาตก่อนติดตั้ง
ตาม พระราชบัญญัติการควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) หากป้ายมีขนาดเกิน 1 ตารางเมตรขึ้นไป และติดตั้งบนอาคารหรือยื่นล้ำออกนอกเขตอาคาร ต้อง ยื่นขออนุญาตต่อสำนักงานเขต/เทศบาล ก่อนติดตั้งทุกครั้ง
โดยทั่วไปจะต้องแนบเอกสาร เช่น
- แบบแปลนหรือภาพจำลองของป้าย
- หนังสือยินยอมจากเจ้าของอาคาร (ถ้าเช่าพื้นที่)
- รายละเอียดวัสดุและระบบไฟฟ้าที่ใช้
2.ภาษีป้าย (ตาม พ.ร.บ. ภาษีป้าย พ.ศ. 2510)
ทุกป้ายที่มี ตัวอักษรหรือสัญลักษณ์ทางการค้า ต้องเสียภาษีป้ายกับเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น
อัตราภาษี: คิดตามขนาดและเนื้อหาป้าย
- ป้ายมีภาษาไทยล้วน: 3 บาท / 500 ตร.ซม.
- ป้ายมีภาษาอื่นร่วมด้วย: 20 บาท / 500 ตร.ซม.
- ป้ายไม่มีภาษาไทยเลย: 40 บาท / 500 ตร.ซม.
- ต้องยื่นแบบ ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี
3.ป้ายไฟที่อยู่ในพื้นที่สาธารณะ
หากป้ายยื่นออกไปบนทางเท้าหรือถนนสาธารณะ ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่ดูแล เช่น แขวงการทาง หรือเทศบาล มิฉะนั้นอาจถูกสั่ง ถอดถอนทันทีโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า
4.ป้ายโฆษณาแสงสีเสียง ต้องระวังเรื่องรบกวน
หากใช้ไฟกระพริบหรือเสียง ต้องระวังไม่ให้รบกวนชุมชน
- ห้ามหันไฟจ้าเข้าทางจราจรโดยตรง
- ปรับความสว่างไม่เกินมาตรฐาน (ค่าลักซ์ หรือ ค่าความสว่างตามที่เทศบาลกำหนด)
ก่อนติดตั้งป้ายไฟหน้าร้าน อย่าลืม “ขออนุญาต” และ “เสียภาษีป้าย” ให้ถูกต้อง จะช่วยให้ร้านคุณปลอดภัยจากค่าปรับ และดูเป็นมืออาชีพในสายตาลูกค้าด้วย
ถึงเวลาเลือกช่าง! 7 ทริคเลือกร้านทำป้ายไฟให้สบายใจ ไม่โดนเท
การเลือกร้านรับทำ ป้ายไฟ คือขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุด เลือกร้านผิด อาจได้งานไม่ตรงปก, สเปคไม่ดี หรือแย่ที่สุดคืองานไม่เสร็จ นี่คือ 7 ทริคในการคัดเลือกร้าน
1.ขอดูผลงานจริง (Portfolio)
อย่าเชื่อแค่ภาพกราฟิก 3D ขอดูภาพผลงานจริงที่ติดตั้งเสร็จแล้ว ร้านที่มีคุณภาพจะมีผลงานหลากหลาย ทั้ง ป้ายกล่องไฟอะคริลิก, ป้ายตัวอักษร, ป้ายไฟหน้าร้านอาหาร ฯลฯ สังเกตความเรียบร้อยของงาน, ความสม่ำเสมอของแสงไฟ
2.ถามลึกเรื่องวัสดุ (Material Specs)
ร้านที่ดีต้องตอบได้ว่าใช้ “อะไร” ทำป้ายให้คุณ ถามให้ชัด
- ใช้อะคริลิกหนากี่มิล?
- ใช้ LED ยี่ห้ออะไร? รับประกันกี่ปี?
- หม้อแปลงมี มอก. หรือไม่?
- โครงป้ายทำจากวัสดุอะไร? กันสนิมหรือไม่? นี่คือจุดที่กำหนด ป้ายไฟหน้าร้าน ราคา และความทนทาน
3.การรับประกัน (Warranty) ที่ชัดเจน
ป้ายไฟ คืออุปกรณ์ไฟฟ้า ย่อมมีโอกาสเสียได้ ร้านที่มีคุณภาพต้องกล้ารับประกันผลงาน โดยเฉพาะ “ระบบไฟ” ควรถามว่ารับประกันกี่ปี (มาตรฐานคือ 1 ปีขึ้นไป) และครอบคลุมอะไรบ้าง
4.อ่านรีวิวจากลูกค้าเก่า (Social Proof)
ในยุคนี้ รีวิวสำคัญมาก ลองค้นหาชื่อร้านใน Google หรือ Facebook เพื่อดู Feedback จากลูกค้าจริง อ่านทั้งคำชมและคำติ เพื่อประเมินความน่าเชื่อถือและการแก้ปัญหาของร้าน
5.ความเชี่ยวชาญและคำแนะนำ (Expertise)
ร้านที่ดีไม่ใช่แค่ “ผู้ผลิต” แต่คือ “ที่ปรึกษา” พวกเขาควรให้คำแนะนำคุณได้ว่า การทําป้ายไฟหน้าร้านของคุณควรใช้วัสดุแบบไหน, ดีไซน์แบบไหนถึงจะเด่น และที่สำคัญ คือต้องรู้ “ข้อกฎหมาย” สามารถให้คำแนะนำเรื่องการขออนุญาตหรือภาษีป้ายได้
6.ราคาที่สมเหตุสมผล (Fair Price)
ของถูกและดีอาจไม่มีจริง แต่ของแพงก็อาจไม่จำเป็นเสมอไป ให้เปรียบเทียบราคาบนพื้นฐานของ “สเปควัสดุ” ที่เท่ากัน เลือกร้านที่ให้ราคาสมเหตุสมผลกับคุณภาพที่จะได้รับ
7.บริการหลังการขาย (After-Sales Service)
นี่คือเรื่องสำคัญมาก! หากป้ายไฟดับ, สีเพี้ยน หรือมีปัญหา ร้านที่คุณเลือกพร้อมจะเข้ามาดูแลแก้ไขให้หรือไม่? เลือกร้านที่ติดต่อได้ง่ายและมี Service Mind ที่ดี
รวมเทคนิคคุมงบ ป้ายไฟหน้าร้าน ราคา ไม่บานปลาย
คำถามที่ว่าป้ายไฟหน้าร้าน ราคา เท่าไหร่ ถึงจะเรียกว่าคุ้มค่า? คำตอบคือป้ายไฟไม่จำเป็นต้องมีราคาสูงเสมอไปโดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้นหรือต้องการควบคุมงบประมาณอย่างรัดกุม
ทางเลือกที่ “คุ้มค่าที่สุด” และตรงไปตรงมาที่สุด คือการเลือกใช้ “ป้ายตู้ไฟสำเร็จรูป”
นี่คือทางลัดที่ช่วยประหยัดงบประมาณได้มหาศาล เพราะป้ายประเภทนี้มีโครงสร้าง (Frame) ที่ผลิตไว้เรียบร้อยแล้วหลากหลายรูปแบบ ลูกค้าเพียงแค่เตรียมไฟล์งานออกแบบ (เช่น ไฟล์ .Ai หรือ .PSD) ส่งให้ทางร้านพิมพ์และประกอบเข้ากับโครงได้ทันที
จุดเด่นที่ทำให้คุ้มค่า
1.ประหยัดค่าติดตั้ง: ป้ายสำเร็จรูปส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ “ลูกค้าสามารถติดตั้งเองได้ง่ายๆ” โดยใช้น็อตยึดกับผนังหรือพื้นผิวที่ต้องการได้เลย นี่คือส่วนสำคัญที่ช่วยลดต้นทุน ป้ายไฟหน้าร้าน ราคาที่แสดงจึงมักไม่รวมค่าแรงช่าง ทำให้คุณประหยัดงบไปได้หลายพันบาท
2.มีราคาตายตัว: คุณสามารถเลือกขนาดและรูปทรงที่ต้องการจากแคตตาล็อก และทราบราคาที่แน่นอนได้ทันที ไม่ต้องรอประเมินราคาที่ซับซ้อน
3.รวดเร็ว: ใช้เวลาออกแบบและผลิตเพียง 5-7 วันทำการ พร้อมจัดส่ง ทำให้ร้านของคุณพร้อมเปิดตัวได้ทันที
ตัวอย่าง ราคาป้ายไฟหน้าร้าน แบบสำเร็จรูปจากโรงพิมพ์ printingdesignbox ของเรา
เพื่อให้เป็นแนวทางในการพิจารณาเพื่อให้เห็นภาพความคุ้มค่า นี่คือราคาเริ่มต้นโดยประมาณ (โครง+พิมพ์ 2 ด้าน) สำหรับป้ายไวนิลเฟรมอลูมิเนียมยอดนิยม
ป้ายไวนิลเฟรมอลูมิเนียม สี่เหลี่ยมผืนผ้า
| ขนาดโครง | ขนาดภาพ | ราคาโครง+พิมพ์ 2 ด้าน |
| 40×60 cm. | 34.5×54.5 cm. | 2,690.- |
| 50×70 cm. | 44.5×64.5 cm. | 3,050.- |
| 60×90 cm. | 54.5×84.5 cm. | 3,550.- |
| 70×100 cm. | 64.5×94.5 cm. | 4,290.- |
| 80×120 cm. | 74.5×114.5 cm. | 4,990.- |
ป้ายไวนิลเฟรมอลูมิเนียม จตุรัส
| ขนาดโครง | ขนาดภาพ | ราคาโครง+พิมพ์ 2 ด้าน |
| 50×50 cm. | 44.5×44.5 cm. | 2,790.- |
| 60×60 cm. | 54.5×54.5 cm. | 3,090.- |
| 80×80 cm. | 74.5×74.5 cm. | 3,729.- |
ป้ายไวนิล วงกลม
| ขนาดโครง | ขนาดภาพ | ราคาโครง+พิมพ์ 2 ด้าน |
| 40 cm. | 34.5×34.5 cm. | 2,290.- |
| 50 cm. | 44.5×44.5 cm. | 2,690.- |
| 60 cm. | 54.5×54.5 cm. | 2,890.- |
| 70 cm. | 64.5×64.5 cm. | 3,090.- |
| 80 cm. | 74.5×74.5 cm. | 3,790.- |
| 100 cm. | 94.5×94.5 cm. | 5,190.- |
| 110 cm. | 104.5×104.5 cm. | 5,990.- |
| 120 cm. | 114.5×114.5 cm. | 6,590.- |
ป้ายไฟแบบวงกลม แบบติดผนัง ด้านเดียว (NEW)
| ขนาดโครง | ขนาดภาพ | ค่าทำแบบ | ค่าติดตั้ง | ค่าติดตั้ง ราคาโครง+พิมพ์ 1 ด้าน (ชิ้นละ) |
| 30×30 cm. | 24.5×24.5 cm. | 300 บ. | 200 บ. | 1,290 บ. |
ข้อควรรู้สำหรับป้ายตู้ไฟสำเร็จรูป
- เป็นสินค้าสำเร็จรูป ไม่สามารถเปลี่ยนหรือสั่งทำโครง (เช่น สีของโครง หรือขนาดพิเศษ)
- ไม่มีบริการติดตั้ง ลูกค้าต้องติดตั้งเอง (DIY)
- มักมีการ รับประกันระบบไฟ 3 เดือน หลังจากการซื้อ
สำหรับธุรกิจที่ต้องการป้ายไฟที่ได้มาตรฐาน, รวดเร็ว และมีงบประมาณที่จำกัด การเลือกใช้ “ป้ายตู้ไฟสำเร็จรูป” คือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุด ช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้จริงเมื่อเทียบกับงานสั่งทำเฉพาะ (Custom-Made) อย่าง ป้ายกล่องไฟอะคริลิก หรือป้ายตัวอักษรโลหะซึ่งจะมีราคาสูงกว่ามาก
หากคุณต้องการป้ายที่พร้อมใช้งานอย่างรวดเร็วและคุ้มค่า printingdesignbox มีป้ายตู้ไฟสำเร็จรูปคุณภาพสูงพร้อมส่งมอบให้คุณ ปรึกษาและสั่งซื้อโครงป้ายสำเร็จรูปพร้อมพิมพ์ 2 ด้านกับเราได้เลย เพื่อให้ป้ายไฟหน้าร้านของคุณสว่างโดดเด่นและดึงดูดลูกค้าได้ทันที
สรุป
การตัดสินใจเลือกป้ายไฟหน้าร้านเป็นการลงทุนที่สำคัญและส่งผลต่อภาพลักษณ์ยอดขายโดยตรง เริ่มจากการเลือกประเภทป้ายไฟที่เหมาะสมกับแบรนด์ เช่น ป้ายกล่องไฟอะคริลิกสำหรับลุคที่ดูพรีเมียม หรือ Neon Flex สำหรับป้ายไฟตกแต่งร้านที่ทันสมัยและดึงดูดสายตา การทําป้ายไฟหน้าร้านต้องใส่ใจในรายละเอียดของดีไซน์ ทั้งขนาด ฟอนต์ และสี ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษีป้ายหรือการขออนุญาตอย่างเคร่งครัด ป้ายไฟหน้าร้าน ราคาจะแปรผันไปตามปัจจัยหลักคือ ขนาด วัสดุ ความซับซ้อนของงาน และคุณภาพของระบบไฟส่องสว่างที่เลือกใช้
นอกจากการเลือกป้ายไฟหน้าร้านหลักแล้ว ป้ายไฟตกแต่งร้านภายในยังมีความสำคัญในการสร้างบรรยากาศและจุดถ่ายรูปได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะสำหรับป้ายไฟหน้าร้านอาหารที่แสงและดีไซน์ต้องช่วยทำให้อาหารดูน่าสนใจและน่าทานมากขึ้น เพื่อให้ได้ป้ายที่สวยงามตามมาตรฐานและใช้งานได้ยาวนาน หัวใจสำคัญคือการเลือกร้านรับทำที่มีประสบการณ์ มีการรับประกันผลงานที่ชัดเจน และเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพดีเท่านั้น
คำถามที่พบบ่อย
1.สั่งทำป้ายไฟหน้าร้าน ราคาประมาณเท่าไหร่?
ตอบ: ป้ายไฟหน้าร้าน ราคามีช่วงที่กว้างมาก เริ่มตั้งแต่หลักพันปลายๆ สำหรับป้ายกล่องไฟไวนิลขนาดเล็ก ไปจนถึงหลายหมื่นหรือหลักแสนสำหรับป้ายตัวอักษรโลหะ หรือป้ายกล่องไฟอะคริลิก ขนาดใหญ่และซับซ้อน แนะนำให้ส่งแบบและขนาดให้ร้านประเมินราคา
2.ป้ายไฟหน้าร้านแบบไหนดีที่สุดสำหรับร้านกาแฟ?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับสไตล์ร้าน
– มินิมอล/โมเดิร์น: ป้ายกล่องไฟอะคริลิก (มักใช้สีขาว/ดำ) หรือป้ายตัวอักษรโลหะไฟออกหลัง (Halo)
– อินดี้/อาร์ต: ป้ายไฟตกแต่งร้าน แบบ Neon Flex ดัดเป็นโลโก้หรือคำคม
– ร้านในซอย: ป้ายยื่น 2 หน้า (อาจเป็น ป้ายกล่องไฟอะคริลิก หรือป้ายเหล็กฉลุลาย)
3.การทําป้ายไฟหน้าร้านใช้เวลานานแค่ไหน?
ตอบ: โดยเฉลี่ยหลังจากยืนยันแบบแล้ว การทําป้ายไฟหน้าร้าน จะใช้เวลาประมาณ 7-14 วันทำการ สำหรับป้ายกล่องไฟมาตรฐาน แต่ถ้าเป็นป้ายตัวอักษร หรืองานคัสตอมที่ซับซ้อน อาจใช้เวลา 3-4 สัปดาห์